Home Opinion 5 Mindset ที่ผู้นำจำเป็นต้องรู้ เพื่อปรับตัวให้ก้าวทันโลก

5 Mindset ที่ผู้นำจำเป็นต้องรู้ เพื่อปรับตัวให้ก้าวทันโลก

เขียนโดย ชมพูนุท นิตตะโย
เรียบเรียงโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA

การปรับวิธีคิด คิดแบบมีวิสัยทัศน์

แจ็ค หม่า จะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากปราศจากข้อนี้ เพราะเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มีความรู้ด้านออนไลน์ เขาเป็นเพียงอาจารย์สอนภาษาอังกฤษคนหนึ่งในเมืองหางโจว จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับโลกอินเตอร์เน็ต ทำให้เขามองเห็นว่าสินค้ามากมายที่ผลิตในประเทศจีนยังไม่มีขายบนออนไลน์ จึงเป็นจุดกำหนด “อาลีบาบา” ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์อันดับหนึ่งของจีน ที่ประสบความสำเร็จ หากแจ๊คหม่าไม่ปรับเปลี่ยนมุมมอง และวิธีการคิดตั้งแต่แรก วันนี้เขาก็คงเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่กำลังสอนหนังสือให้กับเด็กเช่นเดิม

อย่ากลัวที่จะล้ม

แจ็ค หม่า เคยสมัครงาน KFC ถึง 30 ครั้ง และเป็นคนเดียวที่ KFC ปฏิเสธ เคยสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็ยังถูกปฏิเสธอีก 10 กว่าครั้ง เช่นเดียวกับวงการสตาร์ทอัพ หรือผู้นำที่ประสบความสำเร็จหลายคนที่กว่าจะมีวันนี้ได้ พวกเขาล้มมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้น ความล้มเหลวจึงเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่น่าแปลกใจที่คนรุ่นใหม่ “มักกลัวที่จะล้ม กลัวที่จะพลาด” จึงไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ไม่ลงมือทำ เพราะกลัวว่าทำไปแล้วจะเสียหน้า และหมดความมั่นใจในตัวเอง

พวกเขาจะยึดติดกับกรอบความคิดแบบเดิมๆ แต่คนที่ไม่กลัวความล้มเหลว คือ คนที่อยู่ในกรอบความคิดแบบใหม่ เป็นกรอบความคิดที่ทำให้เราเติบโต หรือที่เรียกว่า Growth Mindset ซึ่งเชื่อว่า ทุกคนพัฒนาได้ เช่นเดียวกับการมีทีมงาน หรือทำธุรกิจเราต้องเชื่อว่ามันพัฒนาไปได้

การที่จะทำเช่นนี้ได้วิธีหนึ่งที่อยากแนะนำคือ เราควรมีการวางแผนที่จะล้ม เพราะทุกความผิดพลาดในการทำงาน ผู้นำสามารถเรียนรู้เรื่องพวกนี้ และเป็นเคสคลาสสิคที่นำมาใช้ได้เสมอไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปเร็วแค่ไหน

Soft Skill มีความฉลาดทางอารมณ์เป็นที่ตั้ง

ความฉลาดทางอารมณ์ หรือ Emotional Intelligence (EI)
คือ การมีความสามารถที่จะเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบข้าง และยังสามารถบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเอง และคนรอบข้างตัวเองได้ เรื่องนี้เป็นทักษะทางอารมณ์ที่ผู้นำจำเป็นต้องมีในโลกยุคปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่หมุนอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

ผู้นำที่มีความรู้ตัว คือ ผู้นำที่มีสติ สามารถเข้าใจสภาวะจิตใจของตัวเอง แต่ละสภาพอารมณ์อย่างยอมรับในความเป็นจริง ซึ่งส่งผลต่อการเข้าใจผู้อื่น เข้าใจสถานการณ์ภายนอก ทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาบางอย่างภายในองค์กรที่เกี่ยวกับ “คน” ได้ทันท่วงที และนำมาซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเข้าอกเข้าใจกันในการทำงาน ภายใต้ความกดดันของโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้นำมีเรื่องนี้ จะทำให้ทีมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความจงรักภักดีกับองค์กร มากกว่าผู้นำที่เน้นเฉพาะการพัฒนา Hard Skill หรือทักษะความรู้เพียงอย่างเดียว

Hard Skill ต้องเข้าใจกลยุทธ์ธุรกิจ

พูดถึง Soft Skill แล้ว ก็อยากพูดถึง Hard Skill บ้าง นอกจากเครื่องมือการตลาดในโลกออนไลน์ ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาจนหลายคนตามไม่ทัน แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าเรื่องความเข้าใจในธุรกิจพื้นฐาน สิ่งที่ผู้นำควรรู้ นั่นคือเรื่อง “กลยุทธ์” จริงๆ แล้วเรื่องของกลยุทธ์เป็นเรื่องที่กว้างมาก ตั้งแต่กลยุทธ์องค์กร กลยุทธ์ของสินค้า หรือกลยุทธ์ในการบริหารจัดการทีม ซึ่งเรื่องที่ผู้รู้ไม่เรียนรู้ไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าทุกวันนี้คู่แข่งเข้ามาตีตลาดอย่างรวดเร็ว ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น กลยุทธ์จึงเป็นเรื่องของการหา “จุดชนะ”

ดังนั้นการที่ผู้นำจะรู้เรื่องนี้ได้สิ่งแรกคือ ต้องรู้จักประเมินสถานการณ์สามารถวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนภายในองค์กร วิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคภายนอกองค์กรให้ได้ เพื่อประเมินองค์กรอยู่่เสมอ ว่าสิ่งใดที่องค์กรเรามี แต่คู่แข่งไม่มี และเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ หรือจุดอ่อนใดที่เรามี และเราสามารถพัฒนาปรับปรุงให้กลายเป็นจุดแข็งได้บ้าง

ผู้นำที่ปราศจากเรื่องนี้ เปรียบเสมือนผู้นำที่ไม่มีเข็มทิศ องค์กรก็จะเดินไปวันๆเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง เราก็อาจจะกลายเป็นผู้ตาม หรือล้มหายตายจากไปเลยก็ได้ เหมือนหลายๆ สินค้าที่ปัจจุบันนี้ได้ตายไปจากตลาดแล้ว เช่น Kodak หรือ Blackberry เป็นต้น

กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง (อย่างรวดเร็ว)

เราอยู่ในโลก ที่ใครเร็วกว่าชนะ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของการตัดสินใจการกระทำต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีผลต่อตัวเอง หรือภาพรวมองค์กร ดังนั้นที่ช้าด้วยลำดับขั้นตอนโครงสร้างการบริหารภายในจะเสียเปรียบเรื่องนี้ ผู้นำยุคใหม่ต้องกล้าตัดสินใจกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับวิถีโลกปัจจุบัน ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของการสื่อสารที่ต่อเนื่อครบถ้วน การลงมือทำที่เน้นผลลัพธ์ การร่วมมือร่วมใจของทีมงาน และการนำทัพอย่างมีกลยุทธ์ของผู้นำ

ใน 5 Mindset ที่กล่าวมานี้ ถือเป็นจุดตั้งต้นสำคัญที่ผู้นำยุคใหม่ ทุกคนควรกลับไปทบทวนว่าเรายังมีกรอบความคิดแบบเดิมๆ อยู่หรือไม่ มีอะไรบ้างที่เราควรเริ่มปรับ เพราะสิ่งนี้สามารถส่งประโยชน์ในเชิงประสิทธิภาพการของตัวเอง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ทีมภายใน ลูกค้าและธุรกิจในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว.