Home Business แบรนด์ต้องปรับ เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยน มารักตัวเองพร้อมๆ ไปกับรักษ์โลก

แบรนด์ต้องปรับ เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยน มารักตัวเองพร้อมๆ ไปกับรักษ์โลก

จากสภาพอากาศที่ดูเหมือนจะแย่ลงเรื่อยๆ พร้อมกับโรคระบาดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนทั่วโลก  เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืน และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น ผู้บริโภคมากถึง 75% เคยตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะแบรนด์ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นก็ตาม ผู้บริโภคยังเชื่อในพลังของตัวเองในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติเช่นนี้

จากการติดตามฟังเสียงผู้บริโภคผ่าน Social Listening Tool ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ของบริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) ทำให้เห็นว่า มีผู้บริโภคจำนวนมากพูดถึง และแสดงความเป็นห่วงเรื่อง ปริมาณขยะ ไม่ว่าจะเป็นกล่องโฟม ถุงพลาสติก ที่มาพร้อมกับการเติบโตของฟู้ดเดลิเวอรี่ โดยใน 3 เดือนนี้ มีคนพูดถึงประเด็นนี้ มากกว่าสองพันข้อความ ซึ่งสามารถสรุปออกมาเป็นข้อหัว และประเด็น ดังนี้

61% มองว่า การลดใช้ถุงพลาสติกให้เริ่มจากที่ตัวเราเอง หลายๆ คนมองว่าการเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ใกล้ตัว ก็สามารถช่วยได้ เช่น การพกถุงผ้า, การใช้แก้วน้ำพกพา แทนการซื้อขวดน้ำพลาสติก, การนำกล่องใส่อาหารมาใช้เวลาไปสั่งข้าว, การนำพลาสติกมาใช้ซ้ำ หรือแม้แต่ร้านขายของออนไลน์ ก็ยังมีการปรับตัวในเรื่อง การลดพลาสติกกันกระแทก และหันมาใช้กระดาษแทน

12% มีการพูดถึง Design Packaging ของสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อเลี่ยงการใช้พลาสติก และใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ประเทศเกาหลีใต้ มีการวางขายขวดน้ำแบบไม่มีฉลาก และยังมีการเปลี่ยนจากขวดน้ำเป็นกระป๋องอลูมิเนียม

หรือ การดีไซน์กระป๋องเบียร์โคโรน่าในประเทศเม็กซิโก ถูกออกแบบให้หมุนซ้อนต่อกันได้ถึง 10 กระป๋อง ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติก มีคนให้ความสนใจ จนทำให้เกิดยอด Retweet สูงถึง 29,733 Retweet (33,584 Engagement)

ขณะที่แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนิชชิน ประกาศเลิกใช้สติกเกอร์ติดฝาบะหมี่เพื่อลดขยะพลาสติก และหันมาเปลี่ยนเป็นฝาแบบมีส่วนยื่นเพื่อเหน็บขอบถ้วยแทน วิธีนี้ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน นอกจากจะช่วยลดพลาสติก การดีไซน์ฝาด้านในเป็นรูปแมว ยังเพิ่มความน่ารักๆ ให้กับสินค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการออกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ เช่น แชมพูบาร์ก้อน ที่ไม่ต้องมีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก อีกด้วย

11% มองว่าการลดใช้ถุงพลาสติกช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ มีการแสดงคิดเห็นว่า มันเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะเป็นการผลักภาระมาให้กับผู้บริโภค หรือภาคครัวเรือน ที่จะต้องมาปรับตัว และอีก 11% ก็มองว่ารัฐควรออกนโยบาย หรือมีบทบาทในการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม ควรเปลี่ยนที่ตัวระบบการจัดการ กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ เพราะจะทำให้การลดใช้ถุงพลาสติกเห็นผลมากขึ้น

3% มีการพูดถึงเรื่องหาวัสดุธรรมชาติมาทดแทนการใช้ถุงพลาสติก เช่น การใช้กล่องข้าวแบบชานอ้อย, การใช้กระดาษที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย อย่าง Tetra Pak ที่ผลิตจากกระดาษเป็นหลัก และรีไซเคิลได้ ไม่เพียงส่งผลดีต่อผู้บริโภคเท่านั้น ยังรวมถึงส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

และยังมีการออก Product ใหม่ๆ เช่น Eternal Calendar ปฏิทินเซรามิก ที่ใช้ซ้ำได้ตลอดกาล คือผลงานจากแบรนด์ mamo ซึ่งตั้งใจให้ใช้เซรามิกเพื่อลดการใช้พลาสติก นอกจากนี้ยังมีการใช้ผักตบชวาแห้ง เพื่อกันกระแทกในกล่องพัสดุอีกด้วย

เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยน แบรนด์ก็ต้องปรับ ทำให้เกิด Win-Win-Win = ผู้บริโภคได้-แบรนด์ได้-โลกได้ ดังตัวอย่างแคมเปญของ Café Amazon ที่นับว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ตั้งแต่วันที่แบรนด์ประกาศว่า จะแจกแก้วน้ำพลาสติก Reusable Cup 5 สีตามวัน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตเฉพาะของคนไทย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ คิวยาวทะลุไปนอกร้านทั้ง 5 วัน กลายเป็นกระแสฮอตติดเทรนด์ทวิตเตอร์ชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

จากแคมเปญนี้ทำให้บรรดาแฟนคลับ และสายสะสมของ Café Amazon ตามล่าแก้วน้ำให้ครบทุกสี ที่เป็น Limited Edition และที่ท้าทายกว่านั้นคือ มีกรณีที่ลูกค้าอยากได้สีที่ต้องการ แต่สีนั้นอาจไม่ได้ขายในวันนั้นๆ ทำให้ลูกค้าได้ลุ้นเหมือนมาเล่นเกมด้วย นับว่าเป็นแคมเปญสร้างสีสัน ให้ทั้งผู้บริโภคที่เบื่อหน่ายและเครียดกับภัยโควิด และสร้างสีสันให้กับแบรนด์ ที่มาพร้อมกับ Message รักษ์โลก นับว่าเป็นตัวอย่างแคมเปญ Win-Win-Win ได้ดีทีเดียว

บทความ: โดย INTAGE (Thailand) Co., Ltd. และสมาคมการตลาดแห่ประเทศไทย