Home Finance แบงก์ชาติจับมือ 8 พันธมิตร เพิ่มทางเลือกช่วยลูกหนี้เฟส 3

แบงก์ชาติจับมือ 8 พันธมิตร เพิ่มทางเลือกช่วยลูกหนี้เฟส 3

ยกระดับจัดชุดใหญ่อีกครั้ง สำหรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ล่าสุดจับมือกับผู้ให้บริการทางการเงิน สมาคม และชมรมต่างๆ รวม 8 แห่ง “ขยายระยะเวลาชำระหนี้ยาวขึ้น จ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง-พักชำระค่างวด-พักเงินต้น ครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท เพื่อลดภาระหนี้ของลูกหนี้รายย่อย ที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายรณดล นุ่มนนท์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ นอนแบงก์ ในการเข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งประเภทลูกหนี้ธุรกิจ และลูกหนี้รายย่อย ตั้งแต่เกิดโควิด ปี พ.ศ. 2563 โดยจำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มารับบริการทางการเงินเป็นจำนวนรวม 3.7 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นลูกหนี้รายย่อย 1.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 50 โดยแบ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต 1.1 ล้านล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัย 6 แสนล้านบาท สินเชื่อเช่าซื้อ 2 แสนล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง การระบาดระลอกใหม่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคธุรกิจบริการ โรงแรม ร้านอาหาร รถบริการรับส่งคน ซึ่งมีพนักงานและลูกจ้างได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทำให้รายได้หายไป หรือลดลง และมีสัญญาณว่าลูกหนี้รายย่อยมีความยากลำบากในการชำระหนี้มากขึ้น

“ที่สำคัญที่สุดของผลกระทบครั้งนี้คือ ลูกหนี้รายย่อยที่ขาดรายได้ ลูกหนี้ที่มีงานประจำ งานรายวัน มีการเลิกจ้างงานในช่วงนี้ ทำให้เกิดปัญหารายได้ที่หายไป หรือลดลง อีกทั้งมีสัญญาณลูกหนี้รายย่อยมีความยากลำบากในการชำระหนี้มากยิ่งขึ้น”

จากการประเมินของสถาบันการเงินพบว่า ลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการเดิมยังคงต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง และมีลูกหนี้รายใหม่ที่ต้องการรับความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นความเปราะบางที่สะสมมาตั้งแต่การระบาดของโควิด 19 ในระลอกแรก โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม มีลูกหนี้รายย่อยที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจำนวน 1 แสนราย หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นของลูกหนี้รายย่อยก่อนเกิดวิกฤตโควิดระลอก 3 

ขณะเดียวกันตัวเลขของลูกหนี้รายย่อยที่ค้างชำระเกิน 1 วัน ขณะนี้อยู่อัตราร้อยละ 10 ของลูกหนี้รายย่อย ด้วยเหตุนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จึงเร่งหารือกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด  เพื่อช่วยเหลือในเรื่องภาระหนี้ที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน

ร่วมพันธมิตรทางการเงิน สินเชื่อ 8 แห่ง ลดภาระหนี้ลูกหนี้รายย่อย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ธปท. จึงได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงิน ผ่านสมาคม และชมรมต่าง ๆ รวม 8 แห่ง ประกอบด้วย 1. สมาคมธนาคารไทย 2. สมาคมธนาคารนานาชาติ 3. สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ 4. สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย 5. สมาคมการค้า ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ 6. สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย 7. ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต-สมาคมธนาคารไทย และ 8. ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งมุ่งเน้นช่วยลดภาระหนี้ในระยะยาว มีทางเลือก มีความยืดหยุ่น และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้

1.บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล (Revolving & Installment Loan) เน้นการบรรเทาภาระหนี้โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง

2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

3. เช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์  กำหนดแนวทางในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) ไม่ให้สูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม และปรับวิธีการคิดดอกเบี้ยช่วงพัก บนค่างวดที่พักชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

4. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน เพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้น และจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (step up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม – 31 ธันวาคม 2564 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน โดย ธปท. ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ ตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน

แบงก์ชาติจัดโครงการเฉพาะกิจหนุนช่วยลูกหนี้

นอกจากนี้ ธปท. ยังได้จัดโครงการต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางสนับสนุนในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือดร้อนเป็นการเฉพาะกิจ ดังนี้

1. มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ได้ขยายเวลาออกไปถึง วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564 และจะเพิ่มการไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อในระยะต่อไป

2. โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูล และข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้รายย่อยและธุรกิจ ซึ่งลูกหนี้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง และนำไปแก้ไขปัญหา หรือบอกต่อข้อแนะนำแก่ผู้ใกล้ชิดได้ โดยศึกษาข้อมูลได้ทาง www.bot.or.th/app/doctordebt/ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถศึกษา และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้ให้บริการทางการเงินของท่าน ผ่านช่องทางต่าง ๆ

สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ ธปท. สนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพักชำระเงินต้น และ/หรือดอกเบี้ย จะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่ ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว