Home Management เจาะแนวคิดบริหาร ‘Suntory’ ผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม เปลี่ยน ‘ความหลากหลาย’ เป็นพลังความสำเร็จ

เจาะแนวคิดบริหาร ‘Suntory’ ผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม เปลี่ยน ‘ความหลากหลาย’ เป็นพลังความสำเร็จ

Suntory’ อีกหนึ่งแบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำสัญชาติญี่ปุ่น ที่ประสบความสำเร็จ ครองใจผู้คนด้วยรสชาติและคุณภาพมาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เอาใจตั้งแต่สายสุขภาพ ไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกเหนือจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพแล้ว Suntory ยังมีแนวคิดการขับเคลื่อนธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การยอมรับในความหลากหลาย หรือ Diversity and Inclusion บทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับแนวคิดดังกล่าว ผ่านมุมมองการบริหารงานของ Suntory ที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่โลกธุรกิจในอนาคต

การเติบโตแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด  Diversity and Inclusion’

Diversity and Inclusion (D&I) คือ แนวคิดการบริหารที่ว่าด้วยการยอมรับ และเคารพในความหลากหลาย ทั้งเพศ อายุ เชื้อชาติ การศึกษา หรือความเชื่อต่างๆ โดยไม่ยอมให้ความแตกต่างหรือหลากหลายนั้นเป็นตัวกีดกันใครออกไประหว่างทาง ทุกคนจะได้รับการยอมรับ และได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกันอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และไม่ทำให้รู้สึกแปลกแยก โดย Suntory และ Suntorian ทุกคนเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ทั้ง ‘ความหลากหลาย’ และ ‘ความเท่าเทียม’ จะนำพาให้ธุรกิจก้าวไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

แล้วความหลากหลายสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?

ผลจากการวิจัยที่ Suntory ได้ใช้อ้างอิงนั้นชี้ให้เห็นว่า การเปิดโอกาสให้มีบุคลากรที่มีความหลากหลายด้านต่าง ๆ ให้เข้ามาร่วมงานนั้น จะส่งผลให้องค์กรเกิดการพัฒนาขึ้นในหลายด้าน ทั้งภาพลักษณ์ และความคิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ Suntory ยังเผยว่า แนวคิด Diversity and Inclusion นั้นยังส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กร และการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างแน่นอน ยิ่งในองค์กรมีพนักงานที่มีความหลากหลายได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่พวกเขาได้รับการยอมรับมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการดึงศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ออกมาใช้ในการทำงานได้มากขึ้นเท่านั้น

‘เพศ เชื้อชาติ อายุ ร่างกาย’

4 แง่มุมที่ Suntory ต้องการ Overcome

แม้จะตระหนักและให้ความสำคัญกับ Diversity and Inclusion ในทุกแง่มุม แต่Suntory ได้เริ่มต้นขับเคลื่อนใน 4 เรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรมากที่สุด ดังนี้

หนึ่งทุกเพศต้องเท่าเทียมกัน (Gender Equality)

ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง ชาย หรือ LGBTQ++ ก็ต้องได้รับการปฏิบัติ หรือได้รับโอกาสในการทำงานที่เท่าเทียมกัน รวมถึงมีพื้นที่ในการแสดงออกความคิดเห็นร่วมกัน

สองก้าวข้ามเรื่องของเชื้อชาติ และวัฒนธรรม (Race & Ethnicity)

พยายามทำให้องค์กรเป็นองค์กรที่น่าอยู่สำหรับพนักงานทุกเชื้อชาติ และสามารถทำงานร่วมกันได้ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สามมองอายุเป็นเพียงตัวเลข (Age)

ส่งเสริมให้พนักงานแต่ละ Gen มีความภาคภูมิใจ และเข้าใจข้อดี หรือจุดแข็งในการทำงานของตนเอง

สี่ความสมบูรณ์ทางร่างกาย (Handicap)

เมื่อแต่ละคนมีสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนกัน ในหลายองค์กรผู้ที่พิการทางร่างกายอาจไม่ได้รับโอกาสในการทำงาน แต่ในช่วงที่ผ่าน Suntory พยายามขยายขอบเขตในการรับผู้พิการเข้ามาทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานที่เป็นผู้พิการกว่า 100 คนแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

หากต้องการผลักดันเรื่อง Diversity & Inclusion ต้องเริ่มอย่างไร ?

คำตอบ คือ เริ่มจากผู้นำต้องเชื่อมั่น และเป็นตัวอย่างที่ดี  เพราะ ‘ผู้นำ’ คือคนสำคัญที่จะผลักดันให้แนวคิดการบริหาร Diversity and Inclusion นั้นเกิดขึ้นจริงได้ ดังนั้น การขับเคลื่อนในครั้งนี้จึงจำเป็นต้องทำให้ผู้นำองค์กรมี ‘Inclusive Leadership Traits’ เสียก่อน

Inclusive Leadership Traits ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

ประการแรก Nurture Inclusion ผู้นำต้องเข้าใจความหลากหลาย และยอมรับในมุมมองที่แตกต่าง ในฐานะที่เป็นสิ่งสำคัญต่อองค์กร

ประการที่สอง Cultivate Transparency มีความชัดเจน และให้โอกาสกับคนทำงานอย่างเท่าเทียมกัน โดยพิจารณาจากศักยภาพเป็นหลัก และไม่นำปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานมาใช้เป็นข้ออ้างในการเลือกปฏิบัติ

ประการที่สาม Actively Sponsor กล้าสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถ และให้โอกาสผู้ที่มีความแตกต่างเสมอ

ประการที่สี่ Drive Accountability รับผิดชอบ และยึดถือเรื่องความหลากหลายเป็นวาระหลักในการบริหารองค์กร

ประการสุดท้าย Demonstrate Care ใส่ใจ และสนใจผู้อื่นอย่างจริงใจ

เมื่อผู้นำมีความพร้อม และความเข้าใจอย่างแท้จริง ก็จะสามารถส่งต่อแนวคิด แนวปฏิบัติที่ชัดเจนไปยังพนักงานอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนให้ Diversity and Inclusion นั้นเกิดขึ้นได้ในองค์กรนั่นเอง

ถึงเวลาเปลี่ยนความหลากหลายให้กลายเป็นพลัง

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงรู้สึกชื่นชมในความกล้าที่จะเดินหน้าไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ของ Suntory และเริ่มนึกอยากเป็นชาว Suntorian กันขึ้นมาบ้างแล้ว แต่จะดีกว่าหรือไม่หากเราสามารถร่วมด้วยช่วยกันผลักดันให้องค์กรไทยอีกหลาย ๆ องค์กร สามารถบริหารงานภายใต้แนวคิดแบบ Suntory โดยใช้พลังแห่งความแตกต่าง และหลากหลาย มาแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่สร้างสรรค์ ผลักดันให้องค์กรพร้อมต่อสู้กับทุกอุปสรรค และก้าวสู่ความสำเร็จ ควบคู่กับเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า และยกระดับสังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา : www.ftpi.or.th/2022/79327 และสัมมนาออนไลน์ Productivity Trend Talk : Are you ready for Hybrid Working ? หัวข้อ How to Manage Diversity and Inclusion in your Work Place โดย คุณณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์ – รองประธานอาวุโส ฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร แบรนด์ ซันโทรี่ประเทศไทย และอินโดไชน่า