Home Business อุตสาหกรรมทางการแพทย์เฟื่อง บีโอไอออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมทางการแพทย์เฟื่อง บีโอไอออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนต่อเนื่อง

ทิศทางการส่งเสริมให้ประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคัลฮับ) เป็นแนวทางที่รัฐบาลดำเนินมาต่อเนื่อง และพยายามผลักดันเต็มที่ ที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) ได้ออกมาตรการเร่งรัดการลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ และยังทำให้ไทยพึ่งพาตัวเองได้ โดยเฉพาะช่วงที่มีโรคระบาด

ความพยายามดังกล่าว ส่งผลให้กิจการในกลุ่มการแพทย์ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากเดิม เฉลี่ยปีละ 30 โครงการ มียอดพุ่งสูงขึ้นถึงกว่า 60 โครงการ ช่วง 9 เดือนของปี 2563 และสูงขึ้นอีกใน 9 เดือนแรก ของปี 2564 โดยมีมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์มากสุดเกือบ 4.5 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท

อุตสาหกรรมการแพทย์มาแรง

จากการประเมินของ นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผ้อำนวยการอาวุโส ที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ ระบุว่า 1 ใน 3 หุ้น ที่แนะนำให้สะสมในการลงทุนหลัก คือหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) อาทิ ไบโอเทค ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง จากค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและการรักษาพยาบาล โดยมองว่าโควิด-19 จะยังอยู่กับโลกเราต่อไปอีก ทำให้คาดว่าตลาดอุตสาหกรรมไบโอเทคของสหรัฐฯ และจีน ในปี 2565 จะมีการเติบโตราว 12% และ 38% ตามลำดับ

ส่วนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ภาคการผลิต คาดว่าอุตสาหกรรมที่กำลังอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นในปีนี้ จะมีทั้งอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่ความต้องการจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องเกี่ยวข้องกับสุขภาพส่วนบุคคลและสาธารณะ ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน และสังคมสูงวัย

นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมยา เนื่องจากมีผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อุตสาหกรรมสมุนไพร ที่เติบโตจากเทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ นิยมใช้สมุนไพรเป็นทางเลือก อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เกิดจากปัจจัยเร่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ และสังคมสูงวัย รวมไปถึงอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้อง และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพมากยิ่งขึ้น

บีโอไอขยายมาตรการกระตุ้นการลงทุน

จากทิศทางธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกต้องการ ส่งผลทำให้บีโอไอ พยายามส่งเสริมและสนับสนุนมาตรการด้านการลงทุนในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยล่าสุด นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการ บีโอไอ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บีโอไอได้ขยายมาตรการกระตุ้นการลงทุน ขยายเวลามาตรการส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง รวมทั้งกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุน ในเขตพื้นที่ย่านนวัตกรรมการแพทย์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อต่อยอดพัฒนานวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) พัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขยายมาตรการกระตุ้นการลงทุนและมาตรการ EEC ถึงสิ้นปี 65

เป้าหมายของมาตรการกระตุ้นการลงทุนปี 2565 บีโอไอ มุ่งส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่จะมีผลในวงกว้างต่อการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 มาตรการนี้ครอบคลุมกิจการที่ใช้เทคโนโลยี ขั้นสูง (A1, A2 และ A3) และต้องเป็นโครงการที่มีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใน 12 เดือน หลังออกบัตรส่งเสริม โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้ตั้งแต่วันทำการแรกของปี 2565 ถึงวันทำการสุดท้ายของปี 2565

นอกจากนี้ ยังขยายเวลามาตรการส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่ EEC จนถึงวันทำการสุดท้ายของปี 2565 ยกเว้นโครงการที่ตั้งในเขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ เมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ (พัทยา) (EECmd) และการแพทย์จีโนมิกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) (EECg) สามารถยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการนี้ได้ โดยไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดในการยื่นคำขอ


ดัน อีอีซี สู่ ฮับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภายใต้มาตรการ อีอีซี โครงการลงทุนในพื้นที่อีอีซีสามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากหลักเกณฑ์พื้นฐานได้ใน 2 กรณี คือ เกณฑ์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเกณฑ์ที่ตั้ง โดยสามารถเลือกดำเนินการทั้งสองเกณฑ์ควบคู่กัน เพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสูงสุด หรือเลือกเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งก็ได้

กรณีเกณฑ์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หากมีการพัฒนาบุคลากรไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น โครงการ Work-integrated Learning (WiL) สหกิจศึกษา ทวิภาคี หรือรูปแบบอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบ จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมใน 2 ลักษณะ แตกต่างกันตามกลุ่มประเภทกิจการ คือ

1.  กิจการในกลุ่มที่ได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 – 8 ปี จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติม 3 ปี

2. กิจการในกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย และกิจการสนับสนุน จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี

กรณีเกณฑ์ที่ตั้ง หากตั้งโครงการในเขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษ จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม คือ

1. กิจการในกลุ่มที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 – 8 ปี จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติม 2 ปี

2. กิจการในกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย และกิจการสนับสนุน จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 1 ปี

นอกจากนี้ กรณีตั้งในนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 1 ปี ด้วย
 
กระตุ้นลงทุนย่านนวัตกรรมการแพทย์

ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอยังมีมติเห็นชอบ ให้พื้นที่ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ตามประกาศของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นเขตส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมีพื้นที่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการวิจัยทางการแพทย์ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ระหว่างผู้ประกอบการ กับสถาบัน หรือหน่วยงานของภาครัฐ เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ และสถาบันวิจัย เป็นต้น

ผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุน จะต้องมีความร่วมมือ 2 รูปแบบ ประกอบด้วย

1. ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ได้แก่ ความร่วมมือในโครงการ Work-integrated Learning (WIL) สหกิจศึกษา และทวิภาคี หรือความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคลากรไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่น ๆ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

2. ความร่วมมือกับสถาบัน หรือหน่วยงานของภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย เป็นต้น ในการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เช่น MedTech เป็นต้น โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นระยะเวลา 5 ปี เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ
 
กำหนดเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มเติม

ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอมีมติเห็นชอบให้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) และอาคารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประยุกต์สู่ SMEs สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ณ เทคโนธานี เป็นเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่รองรับการลงทุนด้านการวิจัยพัฒนา และการเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการวิจัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น การผลิตชิ้นส่วนระบบราง การผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้าหรือยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมและบริการเพื่อสุขภาพ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต อุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ อุตสาหกรรมชีวภาพ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ผู้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว จะได้รับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ คือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปี หรือยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ