Home Digital นวัตกรรม AI สู้ภัย COVID-19

นวัตกรรม AI สู้ภัย COVID-19

ในปัจจุบัน โลกได้ค้นพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ชื่อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 (COVID-19)” เป็นตระกูลของไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการป่วย ตั้งแต่โรคไข้หวัดธรรมดา ไปจนถึงโรคทางเดินหายใจที่มีความรุนแรงมาก ซึ่งไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ยังไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ ก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจในคน และสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไปทั่วโลก จากข้อมูลผู้ติดเชื้อรวมทั้งโลก ณ วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2564 มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมรวม 174.74 ล้านคน โดยประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย และบราซิล

เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการสร้างความฉลาดให้กับเครื่องจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถคำนวณ คิดหาเหตุผล มีการเรียนรู้ได้เสมือนกับสมองมนุษย์ และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ จึงมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากขึ้น รวมไปถึงใช้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการติดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เช่น การใช้ AI วิเคราะห์ด้วยภาพ ใช้ AI วิเคราะห์เสียงการไอ หรือวิเคราะห์การแพร่กระจายของโรค COVID-19 รวมถึงในการคิดค้นวัคซีนเพื่อรักษาโรค COVID–19

ปรับปรุงจาก COVID-19 & the Supply Chain (Ascentspecialized, 2020) และ Great Depression On The Fourth Industrial Revolution (The InCAP, 2020)

AI เพื่อตรวจการติดเชื้อ COVID-19

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมมือกับ Huawei เสริมกำลังให้บุคลากรทางแพทย์ของไทย โดย Huawei ได้นำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ภาพ CT Scan เพื่อวิเคราะห์การติดเชื้อ COVID-19 ที่ปอดของผู้ที่เข้ารับการตรวจ และยังสามารถระบุว่าเป็นการติดเชื้อในระยะเริ่มต้น หรือระยะลุกลาม (ระยะรุนแรง) โดยมีอัตราความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 96 ภายในเวลาเพียง 25 วินาที และยังได้รับคะแนนจาก DICE score หรือค่าประมวลของ Medical Imaging ที่ 85 คะแนน ปัจจุบันโรงพยาบาลในประเทศจีนได้นำ AI นี้ไปใช้วิเคราะห์กว่า 20 แห่ง เพื่อรับมือกับผู้ติดเชื้อ โดยตัวอย่างโปรแกรม (ดังรูปภาพที่ 2)

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา AI โปรแกรมของทีเซลส์ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอก โดยตรวจศูนย์เร่งรัดวิจัยและนวัตกรรมเอกชน ที่เป็นความร่วมมือของเครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Portable Chest x-ray : CXR มาช่วยถ่ายภาพเอกซเรย์ทรวงอก และใช้ AI ช่วยแปลผลภาพรังสีบริเวณทรวงอก (Chest x-ray : CXR) เพื่อตรวจคัดกรองโรคปอดอักเสบ โดยมีความร่วมมือการพัฒนาในประเทศเกาหลีใต้ โดยบริษัท เมลโลว์ อินโนเวชัน จำกัด และบริษัท JLK Inspection Korea PCL จำกัด สามารถวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอกได้ราว 15 โรค ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่ง AI สามารถช่วยแพทย์แปลผลได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำโดยประมาณ ณ ปัจจุบันคือ 90 เปอร์เซ็นต์

AI ตรวจ COVID–19 ผ่านเสียงไอ

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)ได้คิดค้น AI ที่สามารถวิเคราะห์เสียงไอของผู้เข้ารับการตรวจว่ามีการติดเชื้อ COVID–19 หรือไม่ รวมทั้งสามารถแยกผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการ และไม่แสดงอาการได้อีกด้วย นักวิจัยของ MIT พบว่า เสียงไอของผู้ติดเชื้อนั้นแตกต่างไปจากเสียงไอของบุคคลที่สุขภาพดี ซึ่งความแตกต่างนี้เล็กน้อยมากจนหูของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างเสียงไอเพื่อวิเคราะห์อาการป่วยอื่น ๆ มาแล้ว เช่น โรคปอดบวม โรคหอบหืด และโรคอัลไซเมอร์ โดยการเก็บเสียงไอจากคนจำนวนมากผ่านเว็บไซต์ ในขณะนี้มีการเก็บเสียงไอมากกว่า 70,000 เสียง และมีเสียงไอของผู้ป่วย COVID–19 แบบแสดงอาการและไม่แสดงอาการจำนวน 2,500 เสียง โดย AI มีความแม่นยำถึงร้อยละ 98.5

AI ทำนายการแพร่ระบาดของโรค COVID–19

BlueDot ปัญญาประดิษฐ์สัญชาติแคนาดา ได้รับการพัฒนาโดยใช้ข้อมูลจากนักระบาดวิทยา ให้สามารถประมวลผลการรายงานข่าวจาก 65 ภาษา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการแพร่กระจายของ COVID-19 และเตือนให้หลีกเลี่ยงเมืองที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ยังสามารถทำนายเมืองที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคต่อไป จากข้อมูลการซื้อขายตั๋วของสายการบินต่าง ๆ

AI คิดค้นยารักษา COVID – 19

แพลตฟอร์มการพัฒนายาอัจฉริยะที่ใช้ AI ที่พัฒนาโดย StoneWise ของประเทศจีน มีการศึกษาวิจัยโรค COVID–19 โดยใช้ข้อมูล SARS-CoV-2 และ Remdesivir (GS-5734) เพื่อใช้ในการสอน AI ปัจจุบัน StoneWise อยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีน COVID–19 โดยใช้ AI ในขณะที่สหรัฐอเมริกาก็มี AI ที่ถูกสอนให้คิดค้นพัฒนาวัคซีน COVID–19 ด้วยเช่นกัน ซึ่งใช้ชุดข้อมูล CoronaDB-AI ในการสอน และยังมีการอธิบายการค้นพบวัคซีน COVID-19 อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในหลายโรงพยาบาลได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น Smart Hospital ทำให้การดูแล รักษา และคัดกรองผู้ป่วยสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้สามารถลดภาระ และลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ได้ซึ่งการมาของ COVID-19 ช่วยกระตุ้นให้ทุกองค์กรปรับตัว นำเทคโนโลยีทั้งระบบอัตโนมัติ และ AI มาใช้มากขึ้น

ดังนั้น หลังวิกฤตการณ์ COVID-19 ผ่านไป ระบบอัตโนมัติ และ AI จะยิ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมทั้งยังสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจต่างๆ ได้มีโอกาสเติบโต

โดยนายไพรัช กิจถาวรชัยสกุล สถาบันไอโอทีและนวัตกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล