Home Opinion ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ BCG สู่ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารโลก

ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ BCG สู่ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารโลก

โดย ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีและถือเป็นการส่งสัญญานที่ชัดเจน ที่เมื่อวานนี้ (13 มกราคม 2564 )  ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (โมเดลเศรษฐกิจ BCG) ที่ประชุมได้เห็นชอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2569 โดยประกาศให้ “โมเดลเศรษฐกิจ BCG” เป็นวาระแห่งชาติเรื่องที่ 2 ต่อจาก “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติไปก่อนหน้านี้

โมเดลเศรษฐกิจ BCG ในบริบทโลก

หนึ่งในวาระเชิงยุทธศาสตร์ที่จะทำให้โมเดลเศรษฐกิจ BCG เกิดผลเป็นรูปธรรม คือการยึดโยงโมเดลเศรษฐกิจ BCG กับการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโลกหลังโควิด

หนึ่งในสี่สาขายุทธศาสตร์ ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่มีศักยภาพในระดับโลก หากมีการพลิกโฉม เสริมแกร่งจากภายใน ด้วยการมีนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน โมเดลธุรกิจสมัยใหม่ และที่สำคัญคือ การยกระดับขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม คือ “อุตสาหกรรมอาหาร”

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตอาหารส่งออกเป็นอันดับที่ 16 ของโลก จากวิกฤตของโรคระบาดโควิด-19 เราได้เห็นความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและเกษตรกรที่ต้องมาพึ่งพาการซื้อขายในระบบออนไลน์ และการส่งสินค้าในระบบดิจิตอลรูปแบบใหม่มากขึ้น

การเชื่อมต่อคมนาคมในภูมิภาคอาเซียนและประเทศจีนส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของการผลิตและการส่งออกอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โมเดลเศรษฐกิจ BCG

พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารไทย สู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก

การวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรม ตลอดจนห่วงโซ่คุณค่าของการผลิตอาหาร เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ มีประเด็นมุ่งเน้น 11 ประเด็นสำคัญต่อไปนี้

1. Smart & Precision Agriculture ปรับปรุงพันธุ์พัฒนางานด้าน Omics และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตให้สูงขึ้น โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตที่น้อยลง

2. Digitized Food System เชื่อมโยงเกษตรกรผู้ประกอบการและผู้บริโภคครอบคลุมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

3. Personalized Foods พัฒนาอาหารที่เหมาะสมกับพันธุกรรม และปัญหาด้านสุขภาพของผู้บริโภคจำเพาะราย

4. Functional Foods และ High Value Natural Ingredients พัฒนาอาหารและส่วนผสมอาหารที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงพัฒนาอาหารและส่วนผสมโดยใช้กระบวนการทาง Bioprocess ในการผลิตอาหารสัตว์

5. Novel Foods และ Novel Processing พัฒนาอาหารที่จะเป็นแหล่งโปรตีนชนิดใหม่ทดแทนเนื้อสัตว์รวมทั้งแปรรูปอาหารด้วยกระบวนการแบบใหม่ เพื่อให้อาหารเก็บได้นาน โดยมีความใกล้เคียงกับอาหารสดและอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ

6. ลด Food Loss และเพิ่ม Waste Utilization ผ่านกลไกของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

7. พัฒนา Packaging เพื่อรักษาคุณภาพ และบ่งบอกสภาพอาหารภายในบรรจุภัณฑ์

8. Cultural Street Foods บูรณาการเสน่ห์ของอาหารวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยีความปลอดภัยอาหารเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

9. พัฒนาระบบ Logistics และ Distribution อาหารที่มีประสิทธิภาพรองรับชีวิตวิถีใหม่ และระบบคมนาคมและดิจิตอลสมัยใหม่

10. พัฒนาโมเดลธุรกิจการบริหารจัดการและการตลาดอาหารรูปแบบใหม่ตามความต้องการของผู้บริโภค ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

11. พัฒนาระบบตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ถูกต้องรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงปลดล็อคข้อจำกัดที่ล้าสมัยเพื่อเชื่อมโยงให้การวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

…ถึงเวลาที่พวกเราต้องรู้รักสามัคคี ร่วมกันเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ปรับกลไกการสร้างความมั่งคั่งของประเทศใหม่ ด้วย “โมเดลเศรษฐกิจ BCG “ ที่ตอบโจทย์ความสมดุล ทั่วถึงและยั่งยืน ครับ

ขอขอบคุณท่านอาจารย์สิรี ชัยเสรี ในแนวคิดการพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารในบทความนี้