Home Opinion “กัญชง-กัญชา” ดาวเด่นอุตสาหกรรมโลก ไทยฝันปั้น HUB หลังรัฐปลดล็อค

“กัญชง-กัญชา” ดาวเด่นอุตสาหกรรมโลก ไทยฝันปั้น HUB หลังรัฐปลดล็อค

สถานการณ์อุตสาหกรรม “กัญชง-กัญชา”ไทย ที่เหมือนจุดประกายความหวังให้กับนักธุรกิจทุกภาคส่วน  แต่ด้วยสถานการณ์  Covid-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง  เหล่ากูรูเศรษฐศาสตร์มองว่า ถึงจะชะลอ แต่ “กัญชา-กัญชง” นั้น ไม่กระทบแน่ แค่รอจังหวะ  โดยประเทศที่เพิ่งปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดนั้น บอกเลยว่า เศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะเงียบนั้น ไม่เงียบเลย ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ต่างวางแผนเตรียมความพร้อม มั่นใจว่า “กัญชง-กัญชา” คือ “พืชแห่งอนาคต” (Future Food Future Crop) ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวแน่ใน  Next Normal

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า “กัญชง-กัญชา” ไม่ได้มาเล่นๆ อ้างอิงได้จากตัวเลขคาดการณ์ในปี 2567 มูลค่าตลาดรวมโลกจะทะยานสูงกว่า 1.03 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ อุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำ (นำเข้าเมล็ดพันธุ์และเพาะปลูก) –กลางน้ำ ( โรงสกัด) -ปลายน้ำ (ขายผลิตภัณฑ์สำเร็จ) ต่างเล็งเห็นช่องทางสร้างเม็ดเงิน ส่วนในไทยหลังรัฐบาลปลดล็อคเมื่อปลายปี 2563 ส่งผลให้ธุรกิจปลายน้ำเริงร่า ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมความงาม และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ 

ทั้งนี้ “กัญชง” ดูจะได้รับความสนใจมากกว่า เพราะสารสกัด CBD สามารถนำมา ซึ่งผลผลิตอันหลายหลาก ทั้งอุปโภค บริโภค ตอบโจทย์ธุรกิจทำเงินสูง จับตาธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มไทย สิงห์ปืนไวแห่จดสิทธิบัตร พร้อมปล่อยผลิตภัณฑ์หลังกฎหมายกำหนดส่วนผสมมีความชัดเจน

ภาครัฐเองปัจจุบันก็ได้ลงมาเล่นในตลาดต้นน้ำ ด้วยมองการณ์ไกลว่า ไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรม เรามีโอกาสที่จะทำได้ ไม่จำเป็นต้องเสียเม็ดเงินนำเข้า อีกทั้งถ้าผลิตผลไปได้ดี ก็มีดำริตั้งไทยแลนด์เป็น  HUB โดย HUB ที่วาดฝันไว้ นอกจากจะทำหน้าที่ต้นน้ำแล้ว ยังวาดฝันล้ำไปถึง HUB แบบครบวงจร คือ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ในส่วนของภาคธุรกิจสุขภาพ หรือ  Cannabis Wellness Hub

ดังนั้นที่ผ่านมารัฐบาลไทยนำทัพ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือศูนย์  AIC โดยร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวพันกับภาคการเกษตรทั้ง 77 จังหวัด เรียกว่า ปูพรมรอกันเลยทีเดียว

จับตา-รอจังหวะ :  เข้าก่อนได้ก่อน

ในช่วงก่อน Covid-19 จะระบาดเมือง จะเห็นได้ว่า เรื่องกัญชงกัญชาเป็น  Talk of The Town มาก มีการเสวนาให้ความรู้ในทุกแง่มุมจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน เป็นการเสวนาทั้งให้ความรู้ทั้งในแง่กฎหมาย สารสกัด และส่วนต่างๆ ของผลิตผล เช่น ช่อ ใบ ดอก เปลือก และลำต้น รวมถึงปริมาณสารสกัดที่กฎหมายอนุญาต

มีข้อสังเกตว่า ในแง่ของกฎหมาย หรือการมองตลาดในอนาคตสำหรับประเทศไทยนั้นมีความใกล้เคียงกับตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกามาก โดยเฉพาะการมองไปอุตสาหกรรมทางการแพทย์ก่อน  เพราะข้อกฎหมายดูจะผ่อนปรนมากที่สุด และเริ่มขยายมายังอุตสาหกรรมกลางน้ำ ที่ยักษ์ใหญ่อย่างซีพีลงมาเล่นในตลาดแล้ว ตามมาด้วยอุตสาหกรรมอื่นๆ ขนาดใหญ่ ที่เล็งเห็นอนาคต ต่างลงทุนศึกษาความเป็นไปได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจน้ำมัน น้ำตาล และค่ายมือถือ

  อย่างไรก็ตามตลาดที่คึกคักที่สุดคงต้องยกให้กลุ่มธุรกิจปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง และตลาด  Functional Food  ที่เจ้าตลาดหลายแบรนด์ต่างพากันขอสิทธิบัตร ดังที่เคยเสนอข่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อิชิตัน   เชปเป้ บิวตี้ คอมมูนิตี้ และทิปโก้ฟูดส์  โดยมากจะเป็นค่ายเครื่องดื่มที่ออกตัวก่อน ส่วนธุรกิจต่อไปที่คาดว่าจะตามมาติดๆ คือ เครื่องปรุงรส ซอส เป็นต้น

Cannabis Wellness Hub: กลุ่มท่องเที่ยวโรงแรมต้องฟัง

ย้อนกลับไปก่อนโควิดจะพ่นพิษ ตลาดการท่องเที่ยวสุขภาพในประเทศไทยมีมูลค่า 4 แสนล้านบาท หากถามว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยจะกลับมาเติบโตสร้างรายได้เป็นล่ำเป็นสันอย่างในอดีตได้หรือไม่ ตอบเลยว่า มีสิทธิสูง โดยมีกัญชง กัญชา นี่ละเป็นธงนำ 

ซี่งโมเดลที่อเมริกาวางไว้และรัฐบาลไทยจับจ้องเดินตาม คือการพัฒนาโฮมสเตย์ รีสอร์ท และโรงแรมในประเทศไทยให้เป็นฮับสุขภาพ (Cannabis Wellness Hub) ด้วยรูปแบบผสมผสานของแพทย์แผนไทย นวดไทย สปาไทย โดยใช้กัญชาและกัญชงเป็นจุดขาย เช่น ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน อุรุกวัย นิวซีแลนด์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ จาไมก้า ฯลฯ ด้วยศาสตร์และศิลป์ของไทยทำให้สามารถช่วงชิงตลาดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมายังประเทศไทยได้ไม่ยาก หรือจะกล่าวว่า ไทยสามารถเป็นฮับทางสุขภาพได้เลย เมื่อบวกไอเดีย Future Food  อาหารเพื่อคนสูงอายุ ที่สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอนาคตอันใกล้  แนวคิดนี้จะเป็นการฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยรวมอีกทางหนึ่ง หลังจากวิกฤติโควิดคลี่คลายอีกด้วย

 Green เพื่อ  Green

ความร้อนแรงของกัญชงกัญชาที่รูปลักษณ์ภายนอกคือ สีเขียว ยังส่งผลให้อุตสาหกรรมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงก็ยังพยายามมีส่วนเกาะกระแสไปด้วย และบังเอิญที่ว่า คุณสมบัติของกัญชงเป็นไฟเบอร์ที่สามารถนำมาเป็นก๊าซเพื่อการขับเคลื่อน ดังนั้นค่ายรถไม่ว่าจะเป็น  BMW  Mercedes Benz  จึงได้ทำการคิดค้นพัฒนาเป็น Green Technology  ที่สอดคล้องกับยุคสมัย ที่ธุรกิจต้องเป็นมิตรกับโลกกับสิ่งแวดล้อม  เลยนับเป็นความโชคดีของค่ายรถที่กระแสกัญชงกัญชามาถูกที่ถูกจังหวะ แถม  Green Technology  นั้นยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

สรุปลงท้ายว่า จับตาดีๆ “กัญชงกัญชา” ไทยไปไกลแน่ โดยเฉพาะในฝั่งเอเชีย ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นว่า ไทยอิงสหรัฐฯ ซึ่งกฎหมายดูเหมือนจะเปิดทางกว้างมาก ต่างกับจีนที่อนุญาตให้ใช้เฉพาะเครื่องสำอางเท่านั้น ดังนั้น อาหารและยา จะเป็นโอกาสใหม่ของไทย เพราะตราบใดที่คู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่างจีนไม่ทำ ไทยมีสิทธิเกิด  ส่วนญี่ปุ่นที่มีตลาดใหญ่ไม่แพ้กัน แต่กฎหมายยังไม่อนุญาตให้ปลูก 

โควิดไปเมื่อไหร่ ไทยพร้อมแจ้งเกิดแน่ ดังนั้นประโยคที่ว่า “กัญชงกัญชา” สำหรับไทยคือ ธุรกิจสตาร์แห่ง  Next Normal  คงไม่เกินจริงไปเท่าไหร่นัก.

เรื่องโดย ปนัดดา ชัยสวัสดิ์